a.f.c. bournemouth
arsenal f.c.
brighton & hove albion
burnley f.c.
chelsea fc
crystal palace
everton
huddersfield town a.f.c.
leicester city
liverpool
manchester city
manchester united
newcastle united
southampton
stoke city
swansea city
tottenham hotspur
watford
west bromwich albion
west ham united

ซิตี้ อัดหนักหวดห้าตุงใส่หงส์แดง...เราต้องจดจำ

2017-09-09 23:30:05 |  jujung |  279 view

ดราม่าครึ่งแรก มาเน่โดนแดง เอแดร์สันเจ็บ อเกวโร่เบิกสกอร์ เฆซุสทำประตูช่วงทดเวลาเจ็บ

Pos ทีม P GD Pts
1 Manchester City 4 +8 10
2 Manchester United 3 +10 9
3 Chelsea 4 +3 9
4 Watford 4 +4 8
จากที่เห็น

 

ดุเดือดตั้งแต้เริ่มเกม ไม่มีใครยอมใคร สองฝ่ายได้โอกาสทำประตู แต่ที่ลุ้นสุดก็คือเจ้าถิ่นที่ได้ฟรีคิกนอกกรอบทางขวา 30 หลา เควิน เดอบรอยน์ โยนบอลเข้าไปจุดโทษ กาเบรียล เฆซุส เบียด ไวจ์นัลดุม ได้โขก แต่บอลก็หลุดกรอบออกไป

ใบเหลืองแรกของเกมถูกแจกให้โอตาเมนดี้ ที่เขาชิงบอลจากซาลาห์จนหน้าคะมำในเขตโทษ ซิตี้บุกพับสนามในนาทีที่ 7 เมื่อเรือใบสีฟ้าได้ลุ้นประตูในจังหวะที่อเกวโร่ดีดบอลให้เดอบรอยน์ที่หลุดมาในเขตโทษ เจ้าพ่อแอสซิสต์ของซิตี้ได้ยิงเรียดแต่บอลเบาไปทำให้มินโญเลต์รับได้สบาย

ซิตี้ได้จังหวะขึ้นเกมอีกครั้ง เมื่ออเกวโร่จ่ายบอลขวางส่งให้แฟร์นานดินโญ่ ที่เติมขึ้นมาแต่งบอลก่อนซัลโว 25 หลา บอลพุ่งเข้ามุมเสา แต่มินโญเลต์ยืดตัวปัดออกหลัง

สองทีมต้องวัดดวงกันด้วยจังหวะยิงไกลหลังจากที่เกมรุกของทั้งคู่เจาะแนวรับไม่ได้ ชานจับบอลได้ก่อนโดนบีบให้ล้มตัวยิงไกล บอลเข้ามือเอแดร์สันพอดีีในนาทีที่ 18 ห้านาทีต่อมา ลิเวอร์พูลยังรุกหนัก ซาลาห์ฝ่่าโอตาเมนดี้เข้ามาในเขตโทษ พยายามไหลบอลให้เฟอร์มิโน่ที่รออยู่ แต่เขาส่งบอลลึกเกินไป เข้ามือเอแดร์สันที่เล็งไว้แล้วว่าบอลจะพุ่งมาเสาแรก

ในที่สุด นาทีที่สาวกซิตี้รอคอยก็มาถึง เดอบรอยน์จับบอลกลางสนามก่อนแทงทะลุช่องให้อเกวโร่ที่พาบอลฉีกหนีคลาวานหลุดเดี่ยวไปในขณะที่ไม่มีใครเฝ้าเสา "เอลกุน"เบิกสกอร์ง่ายๆ และได้ทำสถิติใหม่ในลีกอังกฤษ เป็นนักเตะต่างชาติคนแรกที่ทำประตูที่ 124  ในนาทีที่ 24

แฟน"หงส์แดง"และสาวก"เรือใบสีฟ้า" ทำหน้าสยดสยองเมื่อเห็นมาเน่ได้จังหวะสวนกลับเร็ว ในขณะที่เอแดร์สันออกมาเล่นบอลนอกกรอบเขตโทษ ดาวยิงลิเวอร์พูลยกเท้าสูงถีบไปที่หน้าเอแดร์สัน ทีมแพทย์รีบส่งเปลสนามไปรับเอแดร์สันที่ต้องเปลี่ยนตัวกับเคลาดิโอ บราโว ในขณะที่มาเน่ก็โดนแจกใบแดง

เกมต้องต่อเวลาแปดนาทีในครึ่งแรก ลิเวอร์พูลสิบนายไม่อาจต้านขุมพลังสูงของซิตี้ เจ้าถิ่นได้ประตูที่สองจากกาเบรียล เฆซุส ที่ได้เจ้าพ่อแอซซิสต์ เดอบรอยน์ ได้บอลจากริมเส้นทางซ้ายก่อนมาหลอกเทรนด์ และป้อนให้เฆซุสโหม่งตุงตาข่ายจากหกหลา ในนาทีที่ 45+6 ซิตี้นำเป็น 2-0 ดอ บรอยน์ได้บอลริมเส้นซ้ายก่อนหลอกเทรนท์หลงไปแล้วโยนให้เฮซุสขยับมาโขกในกรอบหกหลาคราวนี้มิโญเล่ต์ไม่ออกมาเลยตุงตาข่ายสบายไม่เฮเก้อแล้ว 2-0

แม้ว่าก่อนหน้านั้นหอกแซมบ้าจะได้หวดใส่"หงส์แดง"แต่ไลน์แมนยกธงว่าหอกบราซิลทำล้ำหน้าไปหนึ่งช่วงตัว

เปิดครึ่งหลังได้ไม่นาน ซิตี้ก็ได้ประตูที่สามจากหอกคู่พิฆาต เริ่มจากจังหวะแทงทะลุช่องของแฟร์นันดินโญ่ และป้อน"เอลกุน" ที่ใจกว้างถวายพานยกให้เฆซุสยิงโล่งๆ ในนาทีี่ 53 ซิตี้นำห่าง 3-0

ของซิตี้สวยงามทรงประสิทธิภาพเริ่มจากซาเน่

ในนาทีที่ 77 ซิตี้ขึ้นนำต่อเป็น 4-0 จากจังหวะทำชิ่งระหว่างซูเปอร์ซับ เลรอย ซาเน่ และเบนจามิน เมนดี้ ปีกเยอรมันไหลออกทางซ้ายให้เมนดี้ ที่เติมขึ้นมาและเปิดบอลคืนมาที่ปีกเยอรมัน หวดเข้าเสาแรกตุงตาข่าย สถิติใหม่เกิดขึ้นทันทีเมื่อซิตี้ยิงสี่ประตูใส่หงส์แดงเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 1937

ก่อนหมดเวลา วอล์คเกอร์ไหลบอลให้ซาเน่ที่ยิงด้วยเท้าซ้ายเสียบสามเหลี่ยมเข้าไป หมดทางที่มินโญเลต์จะสกัดได้

ลิเวอร์พูลสิบนายชอกช้ำจากการพ่ายแพ้ซิตี้อย่างหมดท่า ในขณะที่แฟนซิตี้จะจดจำเกมนี้ไปตราบนานเท่านาน จากชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ 5-0

 

Cr : mancity.com